เวย์น รูนี่ย์ Wayne Mark Rooney

 

 

เวย์น รูนี่ย์ กลายเป็นนักเตะวัยรุ่นที่มีค่าตัวแพงที่สุดในโลก หลังจากที่เซ็นสัญญาย้ายจาก เอฟเวอร์ตัน มาอยู่กับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ด้วยค่าตัวเกือบ 30 ล้านปอนด์

อดีตศูนย์หน้าดาวรุ่งของ เอฟเวอร์ตัน ได้ทำความฝันของเขาให้เป็นจริงแล้วโดยการย้ายเข้าสู่ถิ่น โอลด์ แทรฟฟอร์ด เพียงไม่กี่ชั่วโมงก่อนที่ตลาดซื้อขายนักเตะจะปิดลงในวันอังคารที่ 31 สิงหาคม 2004 นัดแรกที่เขา

ปรากฏตัวในวงการฟุตบอลอังกฤษ ก็คือฤดูกาล 2002/03 ในเกมที่ทีมพบกับ ท็อตแน่ม ฮอตสเปอร์ส ที่ กูดิสัน พาร์ค และหลังจากลงสนามได้ 9 นัด เขาก็สามารถยิงประตูแรกให้กับตัวเองได้ด้วยอายุเพียง 16 ปี

ในเดือนตุลาคม ด้วยการลงเล่นแทนโทมัส รัดซินสกี้ในช่วง 10 นาทีสุดท้ายที่ทีมพบกับ อาร์เซน่อล ในช่วงนาทีสุดท้ายเขาก็ยิงประตูชัยให้กับทีมได้ และด้วยประตูนี้ก็ทำให้ทีมเอาชนะอาร์เซน่อล ไปได้ 2 – 1

หลังจากนั้นไม่นาน พรสวรรค์ของเขาก็เป็นที่รู้จักในระดับนานาชาติ และเขาก็กลายเป็นนักฟุตบอลที่ติดทีมชาติอังกฤษ และได้ลงเล่นด้วยอายุน้อยที่สุดในเดือนกุมภาพันธ์ ปี 2003 โดยที่เขาลงเป็นตัวสำรองในนัดที่พบกับ

ทีมชาติออสเตรเลียที่ อัพตัน พาร์ค อีกทั้งเขายังเป็นนักเตะที่มีอายุน้อยที่สุดที่ทำประตูให้ทีมชาติได้ด้วยอายุเพียง 17 ปี ในเดือนกันยายน ปี 2003 ในเกมที่พบกับ มาซิโดเนีย

ชื่อเสียงของเขาเป็นที่เลื่องลือในระดับโลกในฐานะที่เป็นนักฟุตบอลอายุน้อยที่มีพรสวรรค์โดยเฉพาะอย่างยิ่งการโชว์ฟอร์มของเขาในฟุตบอลยูโร 2004 ที่โปรตุเกส ในทัวร์นาเมนต์นี้ เขาทำได้ 3 ประตูในการลงเล่น 4 นัด

โดยเขาทำประตูได้ในนัดที่พบกับ สวิตเซอร์แลนด์ และ โครเอเชีย และนั่นก็ทำให้เขาเป็นที่สนใจของผู้จัดการทีมหลายต่อหลายทีม รวมทั้ง เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ที่เฝ้ามองฟอร์มของนักเตะผู้นี้มาตั้งแต่เขาอายุได้เพียง 14 ปี และหลังจากเจรจาต่อรองกันเป็นเวลานาน เอฟเวอร์ตัน ก็ตกลงขายนักเตะผู้นี้ให้กับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

โดยเฟอร์กี้ได้ให้สัมภาษณ์ในงานแถลงข่าวเปิดตัวนักเตะว่า “ผมตื่นเต้นมาก ผมคิดว่าเราได้ตัวนักเตะหนุ่มที่ยอดเยี่ยมที่สุดในประเทศนี้ในรอบ 30 ปี เลยทีเดียว เราทุกฝ่ายพอใจกับการเซ็นสัญญาครั้งนี้” ในขณะที่ตัวนักเตะเองก็เปิดเผยว่าเขาต้องการเล่นให้กับทีมที่ได้เล่นใน แชมเปี้ยนส์ ลีก และด้วยเหตุผลนี้เองเขาจึงตัดสินใจมาร่วมทีมทีมยิ่งใหญ่อย่าง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

อันที่จริงแล้ว รูนี่ย์ มีแนวโน้มว่าจะอยู่ที่ เมอร์ซี่ย์ไซด์ ต่อ และหากไม่มีการต่อรองจาก นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด ทีมปีศาจแดง ก็อาจจะไม่ได้ตัวนักเตะผู้นี้ก็ได้ โดยในขณะนั้นสื่อต่างๆ ก็ประโคมข่าวเกี่ยวกับการติดต่อซื้อตัวนักเตะ และนั่นก็สร้างความกดดันให้กับ เอฟเวอร์ตัน อย่างมาก แต่แม้ว่าพวกเขาจะพยายามรั้งตัวนักเตะไว้ด้วยการเสนอสัญญา 5 ปี กับทีมพร้อมค่าเหนื่อยที่สูงสุดในสถิติของสโมสรคือ 50,000 ปอนด์ ต่อสัปดาห์ แต่นักเตะก็ยังไม่ยอมต่อสัญญา

การติดต่อของนิวคาสเซิ่ล ทำให้สโมสรอื่นๆ ต่างก็ตื่นตัวที่จะแย่งชิงนักเตะผู้นี้ด้วยทั้ง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด, เชลซี และ เรียล มาดริด และไม่กี่วันก่อนตลาดซื้อขายจะปิด เดอะ แม็คพายส์ ก็เริ่มเปิดการเจรจาต่อรองในตัวนักเตะ และมีการเซ็นสัญญากับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เพียง 4 ชั่วโมงก่อนปิดตลาดเท่านั้น การย้ายทีมของเขาหลังจากที่เล่นให้กับทีมเพียง 2 ฤดูกาลทำให้แฟนๆ ของพวกเขาโกรธอยู่ไม่น้อย แต่จะทำอย่างไรได้เมื่อการเจรจาครั้งนี้ใช้เงินพูด และสโมสรของเขาเองก็มีหนี้สินมากมาย และก็ไม่มีทางเลือกมากนัก ทำให้ต้องยอมรับข้อเสนอจาก แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

รูนี่ย์ ย้ายเข้าสู่ โอลด์ แทรฟฟอร์ด ด้วยค่าตัวเริ่มต้นที่ 20 ล้านปอนด์ ที่สโมสรจะจ่ายให้ เอฟเวอร์ตัน ทันทีและจะเพิ่มอีก 7 ล้านปอนด์ หากเจ้าหนูรูนี่ย์ โชว์ฟอร์มได้ดีกับสโมสร และทีมชาติ

นัดแรกที่ รูนี่ย์ ลงเล่นให้กับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กลายเป็นนัดที่เขาสร้างประวัติศาสตร์อีกนัดหนึ่ง นั่นคือเขาสามารถทำแฮตทริกได้ในนัดแรกที่ลงสนามให้กับทีม และเป็นการยิงประตู เฟเนร์บาห์เช่ ในเกม แชมเปี้ยนส์ ลีก ในวันที่ 28 กันยายน และการยิงประตูนัดแรกในพรีเมียร์ ลีก ให้กับทีมปีศาจแดงนั่นก็คือ การยิงประตูอาร์เซน่อล ในวันที่ 24 ตุลาคม 2547 ช่วยให้ทีมเอาชนะไปได้ 2 – 0 ในโรงละครแห่งความฝัน และเป็นประตูฉลองวันเกิดครบอายุ 19 ปี ให้กับเขาในวันนี้ด้วย แล้วก็ทำให้ เรด อาร์มี่ ทุกคนได้รู้ว่าฮีโร่ได้ถือกำเนิดขึ้นแล้ว

แหล่งที่มา redarmyfc

Be the first to reply

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *